บทที่ 7 งานเลี้ยงสังคมและการเสแสร้ง
บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่เงียบงันยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่พลอยไพลินเอ่ยปากขอหย่าอย่างเด็ดขาด
ความสัมพันธ์ของเธอกับติณณ์ก็ยิ่งห่างเหินและแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีพื้นที่ให้หายใจ
ความจริงแล้ว ติณณ์ไม่ใช่คนใจร้าย เขาไม่เคยมีเรื่องนอกใจให้เธอต้องหลั่งน้ำตา และไม่เคยใช้ความรุนแรงทุบตีเธอเลยสักครั้ง หลายครั้งลึก ๆ ในใจเขายังคงเป็นห่วงและปรารถนาดีต่อเธอเสมอ
เพียงแต่เขาไม่รู้วิธีการแสดงออกที่ถูกต้อง และมักจะใช้ข้ออ้างเรื่องเงินทองรวมถึงอำนาจในการตัดสินใจแทนเธอไปเสียทุกเรื่อง
แต่สิ่งเหล่านั้น... กลับไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้พลอยไพลินอยากจะเดินจากไป
หากแต่เป็นความรู้สึก "อิ่มตัว" และเหนื่อยล้าจนเกินจะยื้อ
หญิงสาวทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง พลางนึกย้อนไปถึงวันแรก ๆ ที่ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเคยจับมือฝ่าฟันอุปสรรคและเรื่องราวมากมาย
กว่าจะได้แต่งงานและมาใช้ชีวิตร่วมกันภายใต้ชายคาหลังนี้
ห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องมือที่สาม ไม่มีเรื่องอื้อฉาวคอขาดบาดตาย มีเพียงวันเวลาที่ดำเนินไปอย่างเฉยชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งความรักอันหวานชื่นในอดีตค่อย ๆ จืดจางและมอดดับลงไปตามกาลเวลา
ทั้งคู่อยู่บ้านหลังเดียวกัน นอนเตียงเดียวกัน ทว่ากลับไม่เคยรู้สึกว่าอยู่เคียงข้างกันอีกต่อไปแล้ว พลอยไพลินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักที่เคยมีให้เขามากมายขนาดนั้นมันอันตรธานหายไปตั้งแต่เมื่อไร
รู้เพียงแค่ว่า ณ วันนี้... การฝืนอยู่ต่อมันไม่มีความหมายสำหรับเธออีกแล้ว
ส่วนติณณ์... ลึก ๆ แล้วเขายังคงรักเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
ทว่าความเงียบ นิสัยปากหนักของเขา กลับกลายเป็นอิฐทีละก้อนที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นกำแพงหนาทึบกั้นระหว่างเขากับเธอโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ไม่นานนัก ติณณ์ก็เดินก้าวเข้ามาในห้องนอนฝั่งปีกซ้ายพร้อมกับชุดราตรีหรูหราสีม่วงลาเวนเดอร์งดงามในมือ เขาประคองวางมันลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามฉบับของเขา
"เย็นนี้มีงานประมูลการกุศลครั้งใหญ่ คุณช่วยไปร่วมงานกับผมหน่อยนะ"
พลอยไพลินลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะสบตาเขาตรง ๆ
"ติณณ์คะ... เราคุยเรื่องหย่ากันแล้วนะคะ ฉันไม่อยากแกล้งทำเป็นคู่รักที่แสนสุขต่อหน้าคนอื่นอีกต่อไปแล้ว มันเหนื่อยเกินไปสำหรับฉัน"
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ติณณ์ก็เอ่ยขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้าคุณยอมไปงานนี้กับผม... และทำหน้าที่ภรรยาที่สมบูรณ์แบบให้ผมเป็นครั้งสุดท้าย" เขานิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ แววตาสั่นไหวอย่างรุนแรง "หลังจบงานนี้ ผมสัญญาว่าจะยอมพิจารณาเรื่องใบหย่าที่คุณต้องการ"
พลอยไพลินนิ่งงันไปในทันที หัวใจดวงน้อยดิ่งวูบ รู้สึกทั้งโล่งใจที่จะได้อิสระคืนมา และในขณะเดียวกันก็เจ็บปวดแปลบในอกอย่างบอกไม่ถูก
"คุณสัญญาแล้วนะติณณ์... ถ้าฉันไปร่วมงานนี้ คุณต้องยอมปล่อยฉันไปจริง ๆ ห้ามเบี้ยวสัญญาเด็ดขาด"
ติณณ์ไม่ได้เอ่ยปากตอบรับคำใด มีเพียงการพยักหน้าช้า ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานที่ยากจะหยั่งถึง
ค่ำวันนั้น โถงจัดงานโรงแรมหรูสว่างไสวไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกและผู้คนในแวดวงสังคมไฮโซ ติณณ์พาพลอยไพลินเดินเคียงคู่กันเข้ามาในงานอย่างสง่างามไร้ที่ติ
ทันทีที่เข้าสู่งาน ชายหนุ่มก็เอื้อมมือหนาไปโอบเอวบางของเธอไว้เบา ๆ ตามความคุ้นชิน คอยเอ่ยปากถามไถ่ว่าเหนื่อยไหม คอยหยิบหาอาหารและเครื่องดื่มมาเทคแคร์ และเดินเคียงข้างเธอไม่ยอมห่างกายไปไหน สัมผัสและแววตาของเขาในค่ำคืนนี้ยังคงอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความใส่ใจ
แต่สำหรับพลอยไพลิน... สัมผัสเหล่านั้นกลับทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและจุกแน่นในอกอย่างที่สุด ไม่ใช่เพราะความโกรธแค้นเคืองใด ๆ แต่เป็นเพราะหัวใจของเธอ มันด้านชาและไม่ตอบสนองต่อความอบอุ่นของเขาอีกต่อไปแล้ว
ในสายตาของคนทั้งงาน ทั้งคู่คือภาพจำของสามีภรรยาที่สมบูรณ์แบบและน่าอิจฉาที่สุด นักธุรกิจรุ่นพี่คนหนึ่งเดินถือแก้วไวน์ตรงเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มชื่นชม
"คุณติณณ์โชคดีมากนะครับ มีภรรยาทั้งสวย ทั้งวางตัวดีเพียบพร้อมขนาดนี้ น่าเสียดายที่ปกติไม่ค่อยเห็นคุณพลอยออกงานสังคมเท่าไร"
ติณณ์คลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา ก่อนจะหันไปทอดสายตามองผู้หญิงข้างกายด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีอยู่เต็มอก
"พลอยเขาชอบใช้ชีวิตสงบ ๆ เงียบ ๆ น่ะครับ แต่สำหรับผม... เธอคือคนที่ดีที่สุดในชีวิต และเป็นผู้หญิงคนที่ผมรักมากที่สุดเสมอมา"
พลอยไพลินทำได้เพียงส่งยิ้มตอบกลับไปตามมารยาททางสังคม ทว่าภายในใจของเธอกลับว่างเปล่าและแห้งแล้งราวกับทะเลทราย
คำพูดบอกรักที่แสนซึ้งเหล่านั้น... หากเขาเลือกที่จะพูดมันออกมาให้เธอได้ยินบ่อย ๆ ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน บางทีเรื่องราวระหว่างเราอาจจะไม่ดำเนินมาถึงจุดจบที่ขมขื่นเช่นนี้ แต่สำหรับวันนี้... มันสายเกินไปเสียแล้ว
คืนทั้งคืนดำเนินผ่านพ้นไปด้วยรอยยิ้มที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อสายตาของคนอื่น
ทุกครั้งที่มีผู้คนเข้ามาเอ่ยปากชื่นชมว่าพวกเขาเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก พลอยไพลินกลับยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ว่าความสัมพันธ์ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ภาพลวงตาอันงดงามเท่านั้น
เมื่อแสงไฟในค่ำคืนนี้ดับลง หน้ากากของคู่รักที่สมบูรณ์แบบที่สวมใส่ไว้ก็จะถูกถอดออก และข้อตกลงเรื่องใบหย่าหลังจากนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนโหดร้าย
ความจริงที่ว่าคนสองคน ที่ครั้งหนึ่งเคยรักกันจนสุดหัวใจ บัดนี้... หลงเหลือเพียงแค่ความทรงจำในอดีตร่วมกันที่กำลังจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าฉบับหนึ่งเท่านั้น
